Home story 7 วิธีปลูกฝังให้เด็กรู้จักอดออม

7 วิธีปลูกฝังให้เด็กรู้จักอดออม

8 second read
2
981

ตอนเป็นเด็กๆ ทุกคนก็คงอยากจะเป็นผู้ใหญ่ ด้วยเหตุผลว่าไม่ต้องทำตามคำสั่งใคร ซื้ออะไรก็ได้ที่อยากซื้อ ใช่ไหมล่ะคะ แต่พอเราโตมาเราก็พบว่าสุดท้ายแล้วเราก็ทำตามกระแสมวลชน และไม่ได้ซื้อของที่อยากได้ด้วยเหตุผลทางการเงินอยู่ดี แล้วก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เสียใจ จะกลับไปเป็นเด็กใหม่อีกทีก็ไม่ได้

broken-piggy

แม้ว่าเราจะย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กไม่ได้ แต่เราสามารถช่วยสอนเด็กๆ ให้เข้าใจโลกความเป็นจริง และสอนให้เขาเหล่านั้นเรียนรู้ที่จะเก็บ ประหยัด อดออมด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมาเจ็บปวดแบบผู้ใหญ่เราๆ ใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นลองมาสอนเด็กๆ ด้วย 7 วิธีนี้ให้พวกเขาเหล่านั้นโตขึ้นมาอย่างรู้คุณค่าของเงิน และไม่ต้องเสียใจที่เรียนรู้วิธีเก็บเงินช้าเกินไป

1) ให้เงินเด็กๆ ไปบริหารกันเอง

แม้ว่าเด็กๆ วัยรุ่นจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเลี้ยงตัวเองได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เด็กเล็กๆ ที่ยังไม่สามารถออกไปทำเช่นนั้นได้ ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะเรียนรู้การเก็บเงินไม่ได้

เราๆ สามารถให้เงินเด็กเหล่านั้นเช่นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน โดยอาจจะให้ไปเลยฟรีๆ หรือจะให้ทำงานเพื่อแลกมาก็ได้ (หรือจะผสมทั้งสองแบบก็ได้) แน่นอนว่าการเรียนรู้วิธีบริหารเงินต้องเริ่มต้นจากการมีเงินก่อน

สำหรับเด็กเล็ก การใช้ภาชนะใสเก็บเงินแทนหมูน้อยก็น่าจะดี เพราะทำให้เห็นได้ง่าย รับรู้ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีว่าตอนนี้มีมากหรือน้อย แต่ถ้าโตขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ควรจะให้ไปเปิดบัญชีธนาคารของตัวเอง

2) สอนเรื่องพื้นฐานการควบคุมค่าใช้จ่าย

เมื่อเด็กๆ มีเงินแล้วก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนใช้จ่าย ว่าแต่จะใช้เงินยังไงล่ะ? ก็ได้เวลาที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะเข้าไปสอนเกี่ยวกับการเก็บเงิน เช่นเด็กๆ อยากได้ของเล่นที่ราคา 800 บาท แต่ได้เงินเพียงสัปดาห์ละ 200 บาทเท่านั้น พวกเธอก็ควรจะเรียนรู้วิธีเก็บเงินจนครบถึงจะไปซื้อได้นะ ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะเก็บเงินเพื่อสิ่งของที่ต้องการ

อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจจากรายการ Sesame Street ก็คือแทนที่จะให้เด็กเก็บเงินทั้งหมดลงในที่เดียว ก็ให้แยกออกไป เช่นอันนี้สำหรับขนม อันนี้้ต้องเก็บเงินเก็บ อันนี้สำหรับบริจาคช่วยเหลือที่อื่นๆ (หรือจะเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ผู้ปกครองจะกำหนด) พยายามช่วยสอนและกำหนดทิศทางเด็กๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ถูกที่ควร แต่พยายามให้เด็กๆ เลือกเอาเองว่าจะเก็บเงิน หรือใช้จ่ายยังไง

พอเด็กๆ โตขึ้น ให้สอนการใช้ Excel หรือเอกสารตารางเพื่อกำหนดทิศทางการใช้จ่าย หรือจะจดลงสมุดโน้ตก็ได้ โดยต้องสอนให้รู้จักจดบันทึกค่าใช้จ่าย เงินเข้ามาเท่าไหร่ เข้ามาทางไหน และจ่ายออกไปเท่าไหร่ เพื่อที่เด็กๆ จะได้รู้ว่าจะสมดุลรายได้ยังไง

3) สอนให้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีค่าใข้จ่าย

เด็กๆ ควรจะรู้ว่าทุกอย่างนั้นไม่มีสิ่งใดฟรีในโลกใบนี้ ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น โดยเด็กๆ ควรจะรู้ว่าเงินที่ตัวเองได้นั้นมีค่าแค่ไหน แล้วสิ่งที่อยากได้มีค่าแค่ไหน เช่นเมื่อเด็กๆ อยากได้ของเล่นก็ให้ชี้ให้ดูว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ อีกทางหนึ่งก็จะทำให้เด็กๆ รู้จักเก็บเงินด้วย

เมื่อเด็กๆ ต้องการซื้อของด้วยเงินของตัวเอง ก็พยายามใช้วิธีที่เห็นได้ง่าย เช่นการให้เด็กไปหยิบเงินที่เก็บไว้ด้วยตัวเอง เดินไปที่ร้าน และจ่ายให้ที่แคชเชียร์ จะทำให้เด็กๆ เห็นว่าเงินลดลง แลกกับสิ่งของที่ได้รับกลับมานะ (การซื้อแบบออนไลน์อาจจะไม่เห็น ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ใหญ่หลายคนก็ติดกับดักซื้อออนไลน์นี่แหละ ซื้อง่ายจ่ายคล่อง)

และเมื่อเด็กๆ คิดจะซื้ออะไรด้วยตัวเอง ก็อย่าลืมสอนให้เด็กๆ รู้จักการจัดลำดับความสำคัญ ถ้าเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มให้กับสิ่งเดียว ก็จะไม่มีเงินเหลือไปซื้ออย่างอื่นที่ต้องการนะ เพราะเงินหมดแล้ว ต้องหาทางเก็บเงินพร้อมๆ กับซื้อของที่อยากได้

พอเด็กๆ โตขึ้น ก็สามารถให้ความรับผิดชอบทางการเงินกับพวกเขามากขึ้น เช่นสำหรับเด็กวัยรุ่นอาจจะให้จ่ายเงินค่าเดินทาง ค่าเน็ท ค่าโทรศัพท์มือถือเอาเอง แล้วตรงนี้แหละที่การตัดสินใจทางการเงินจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยจะต้องจัดลำดับความสำคัญของที่อยากได้ ต้องใช้ และเงินที่มีอยู่

4) สอนวิธีซื้อของอย่างฉลาด

จริงอยู่ว่าอาจจะไม่มีสิ่งใดฟรี หรือได้มาง่ายๆ แต่ตัวเลือกที่ราคาถูกกว่าก็มีนะ โดยเฉพาะสินค้าประเภททดแทนกันได้ ขนาดผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยังมีของที่อยากได้ แต่กลับเลือกซื้อสินค้ายี่ห้อที่ถูกกว่าด้วยเหตุผลทางการเงินเลย แล้วทำไมเราจะสอนเด็กๆ เรื่องนี้ไม่ได้ล่ะ

สำหรับบ้านเราอาจจะยากนิดนึงเพราะไม่มีตัวเลือกเทียบราคาง่ายๆ เหมือนต่างประเทศ อาจจะลองพาเด็กๆ ไปเดินร้านของเล่นยี่ห้อต่างๆ (เช่น Toy’R’US, Central, MBK, Paragon) แล้วชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างทางด้านราคา

นอกจากนี้ถ้าสอนได้ พวกคูปองลดราคาและช่วงเซลส์ที่สินค้าลดราคาลงมาก็เป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะสอนให้รู้จักการใช้งานอย่างฉลาด และรู้จักจัดลำดับความสำคัญของเงินที่มีอีกด้วย จะจ่ายราคาเต็มแล้วได้ของเลย หรือจะรอจนกว่าจะลดราคาแล้วเก็บเงินส่วนต่างเอาไว้? เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ถ้าหากเขาจะต้องควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สอนกันได้ และควรสอนเป็นอย่างยิ่ง

5) ให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง เจ็บเอง

ให้คำแนะนำเด็กๆ แต่อย่าบังคับเด็กๆ เลือกตามที่เราต้องการ ให้เด็กๆ ตัดสินใจการใช้เงินของตัวเอง แน่นอนว่าจะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอน แต่ก็ดี เพราะเด็กๆ จะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้น ดีกว่าจะต้องไปล้มละลายในอนาคต

6) สอนเด็กให้รู้จักเครดิตการ์ด

ผู้ใหญ่อย่างเรารู้ดีว่าเครดิตการ์ด นอกจากจะเป็นอุปกรณ์ทางการเงินที่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้เราใช้จ่ายเกินตัวและลงไปยังหุบเหวแห่งการล้มละลายได้ง่ายๆ ให้อธิบายเด็กๆ ว่าบัตรเครดิตทำงานได้อย่างไร อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ และจุดไหนที่เริ่มเป็นหายนะจากการใช้บัตรเครดิต การทำให้เด็กๆ รู้ถึงข้อเสียในบัตรเครดิตจะทำให้เขาเหล่านั้นหลีกเลี่ยงการพบปัญหาจากการใช้บัตรเกินตัว

7) แสดงตัวอย่างการใช้เงินที่ดีและถูกต้อง

เด็กๆ มักจะเลียนแบบสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ เพื่อสอนให้เด็กๆ รู้จักใช้เงินอย่างถูกต้อง ผู้ใหญ่ก็ควรจะใช้เงินให้ถูกต้องด้วย หนึ่งในวิธีที่ดีในการสอนเด็กๆ ก็คือให้เด็กๆ มาลองเห็นการตัดสินใจของเราๆ ว่าถ้าเป็นเด็กๆ จะเลือกใช้เงินแบบไหน และอธิบายว่าอะไรคือเหตุผลที่เราเลือกใช้เงินแบบนั้น ทำให้เด็กพอจะเห็นทิศทางการเงินว่าอะไรคือดี อะไรคือไม่ดี

การสอนเด็กๆ ว่าผู้ใหญ่เราๆ ก็มีของที่อยากได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะซื้อได้ไปเสียทุกอย่าง ว่าแล้วก็ซื้อไม้กอล์ฟใหม่เข้าบ้าน การกระทำแบบนี้จะทำให้เด็กๆ สับสนในพฤติกรรม เนื่องจากความขัดแย้งในการพูดและการกระทำ แต่ถ้าเด็กๆ เห็นผู้ใหญ่เก็บเงินเพื่อซื้อไม้กอล์ฟใหม่ ก็จะเข้าใจมากขึ้น

การให้เด็กๆ ช่วยเลือกว่าของที่ควรซื้อเข้าบ้านอย่างต่อไปคืออะไร (เช่นทีวี หรือการไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัว) จะทำให้เด็กๆ เห็นภาพมากขึ้นว่าการเก็บเงิน อดออม เพื่อสิ่งที่ต้องการเป็นอย่างไร

ที่มา – Life Hacker

Comments

comments

Load More In story

Check Also

Ark Shelter บ้านพักตากอากาศกลางเขาแสนสุข

ARK Shelter บ้านสไตล์มินิมัลลิสต์สำหรับพักตากอากาศที่ชวนให้เราจมดิ่งเข้าไปสู่ความเป็นธรรมช…