Home Wheretogo ไปเที่ยวโอซาก้าแต่ลืมของฝาก แถมจะกลับวันนี้แล้วซื้ออะไรมาฝากดี

ไปเที่ยวโอซาก้าแต่ลืมของฝาก แถมจะกลับวันนี้แล้วซื้ออะไรมาฝากดี

31 second read
2
1,445

ถ้าใครไปเที่ยวโอซาก้าจนจะกลับอยู่แล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่าเอนจอยกับช่วงเวลาแสนสนุกจนลืมของฝากจะทำยังไงดี? ยูกะก็ขอนำเสนอของฝากตามสไตล์โอซาก้าที่เป็นครัวของประเทศญี่ปุ่นสักสามอย่างค่ะ แน่นอนว่ามาโอซาก้าของฝากก็ต้องเป็นของกินสิ แถมที่สำคัญ ทั้งสามร้านที่ยูกะจะแนะนำนี้อยู่ในรอบๆ บริเวณสถานีรถไฟใหญ่ Osaka Station ด้วย ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะหาซื้อไม่ได้ล่ะค่ะ

kaki-no-tane-osaka

Kaki no Tane

Kaki no Tane เป็นขนมกินเล่นที่นำมาเป็นของฝากก็น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นส่วนผสมระหว่างเซมเบ้ กับถั่วพีนัท ให้รสชาติที่แปลกแต่อร่อยไม่น้อย ส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมาเป็นกับแกล้มเบียร์ ถือเป็ฯของฝากชั้นดี สำหรับ Kaki no Tane เกรดดีก็ต้องไปที่ร้าน Kakitane ‘s Kitchen ค่ะ มีหลากรสและอร่อยแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ในห้าง Hanshin Umeda Department store ติดกับสถานีรถไฟ Osaka Station

ตัวร้านอยู๋ที่ชั้นใต้ดิน (Basement Floor) เปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงสี่ทุ่ม (0800 – 2200 นาฬิกา) ปิดเฉพาะวันหยุดห้างเท่านั้น

pablo-cheesecake-osaka

Pablo

พาโบลเป็นร้านขนมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ขนมหลักก็คือชีสเค้ก และชีทาร์ทนั่นเอง โดยตั้งชื่อตามศิลปินเอกของสเปนอย่าง พาโบล ปิกัสโซ นั่นเองค่ะ ตัวร้านมีให้บริการมายาวนานจนไปเปิดสาขาในต่างประเทศบ้างแล้ว หลายๆ คนบอกว่ามันเป็นร้านชีสเด้กที่อร่อยที่สุดในโลก

ชีสเค้กและทาร์ทของร้านพาโบลมีหลายแบบด้วยกันให้เลือกสรร ตามรสนิยมของผู้บริโภค ผิวที่นุ่มและรสสัมผัสที่นิ่มทำให้มันเป็นของฝากที่น่าสนใจสุดๆ ไปเลยเช่นกัน

สำหรับสาขานั้นอยู่ที่ JR Osaka Station ทางออกประตูทิศใต้ (Midosuji South Exit) ถือเป็นจุดที่น่าสนใจแวะไปซื้อก่อนนั่งรถไฟไปสนามบินอย่างยิ่งค่ะ

batondor-glico-osaka

Glico Baton D’Or

Baton D’Or (บาตอง ดีออร์) เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าแท่งทอง (ไม่ใช่นามสกุลดารานะ!) ทำให้แบรนด์ขนมอย่างกูลิโกะจับไอเดียนี้มาทำขนม โดยใช้เนยสีเหลืองทองในการทำขนมให้ดูสีสดใสแวววาวสมชื่อแท่งทอง

ตัวขนมนี้เริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2013 และมีรสต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุดก้คือ Chocolate Coating หรือชุบเคลือบช็อคโกลแทนั่นเอง

สำหรับรสที่อยู๋มาก่อนหน้าก็มีสตรอว์เบอรี่ กาแฟ ชาเขียว นม และอบเชยผสมน้ำตาล (รสอบเชยมีแยกอีก เป็นอบเชยน้ำตาลเนย อบเชยน้ำตาลเมเปิ้ล อบเชยน้ำตาล) ถือว่าเป็นป๊อกกี้เวอร์ชันหรูหราพิเศษนั่นเอง ใช้วัตถุดิบราคาแพงในการทำ

สำหรับ Glico Baton D’Or นั้นมีวางจำหน่ายเพียงสองร้านในโอซาก้าเท่านั้น และมักจะขายหมดก่อนบ่ายสอง ดังนั้นถ้ามีโอกาสไปต่อคิวเข้าแถวระหว่างรอรอบรถไฟ อาจจะลองไปยืนต่อคิวซื้อดูนะ แต่บอกก่อนเลยว่าอาจจะต้องรอเป็นชั่วโมงเช่นกัน ถ้าไม่ได้นั่งรถไฟข้ามเมืองก็ดูจะเป็นการต่อคิวที่ยาวนานไม่น้อยเลยล่ะ ตัวร้ายอยู๋ในห้าง Hankyu Umeda ไม่ห่างจากสถานีรถไฟเช่นกันค่ะ

ที่มา – Jpninfo

Comments

comments

Load More In Wheretogo

Check Also

Converse เปิดตัว Chuck 70 สุดคลาสสิคในงานดินเนอร์จำลองที่เมลเบอร์น

Converse แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ขวัญใจมหาชนจัดงานเปิดตัวรองเท้าใหม่ที่เชิญดารา สื่อ บรรดาเซ…